Stories offer lots of opportunities for children to learn - what's your child's favourite story book?

Posted on Jun 8 2016

Reading aloud and sharing stories with your child is a great way to spend time together. Reading and storytelling also helps promote language, literacy and brain development.

Storytelling forms a crucial part in developing your child’s overall personality. It is an age-old tradition followed by parents since time immemorial that has been a part of most of our own childhood too.

Benefits :

- Encourages Creativity And Imagination Power

Children all over the world love listening to stories. They want to know more about their favorite characters and often try to emulate them. Listening to a story helps a child imagine the characters, places, plot etc. instead of seeing it on a visual medium. This also enhances creativity, making them more imaginative and open to ideas and free thinking.

- Makes Them Aware Of Their Own Culture

Telling your children stories from your childhood the different customs and traditions prevalent in your family

- Improves Listening Skills and Communication Skills

Storytelling for kids ensures that they are not only more attentive, but are also keen to listen and understand.

 

5 Books for bedtime

 1. A book of sleep by II Sung Na

 2. Dream come true all they need is you by Mike Doodley

 3. Dinosaur vs bedtime by Bob Shead

 4. Sleep like a tiger by Mary Logue

 5. The rabbit who wants to fall asleep by Carl-Johan Forssén Ehrlin   

 

Kiidu is a caregiver providing Service Company based in Thailand for On Demand, Full time and Part time. Kiidu have caregivers from different nationalities and skillsets registered with it. They provide service to Expat Parents, local Parents and for Hotel guests.

For more information Write to us at [email protected] or give us a call at +66 972348490 for any queries you have.

_______

มีนิทานหลายๆ เรื่องที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ของเด็กๆ มาดูกันค่ะว่าเรื่องไหนบ้างที่เด็กๆ โปรดปราน

การอ่านนิทานเป็นการใช้เวลาที่มีค่ากับลูกๆ ของคุณค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นกิจกรรมที่สนุกแล้ว ยังส่งผลดีต่อเด็กอีกหลายประการ เช่น เพิ่มทักษะทางภาษา, การเพิ่มทักษะการอ่าน และการพัฒนาสมอง

การอ่านเป็นการพัฒนาโดยรวมของเด็กทั้งด้านบุคลิกภาพ เป็นการสร้างความจำที่ดีต่อวัยเด็กอีกด้วย

ประโยชน์ที่ได้จากการอ่านนิทาน

  1. เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ  เด็กๆ ทุกคนชอบนิทาน เพราะเขาตื่นเต้นเสมอที่จะได้รู้ตอนต่อไปของตัวละครที่เขาชื่นชอบ หลาายๆครั้งที่เขาสนุกในการเลียนแบบพฤติกรรมจากในนิทาน และการได้ฟังนิทานจะทำให้เขาได้สร้างภาพตัวละคร สถานที่ และเรื่องราวต่างๆ ตามจินตนาการของเขาเอง แทนที่เขาจะได้เห็นจากภาพทันที ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ได้ทำงานอย่างเต็มที่  
  2. ทำให้เด็กๆ ได้เข้าใจวัฒนธรรมของตนเอง โดยการเล่านิทานที่คุณเคยได้ยินในตอนเด็ก ซึ่งจะเป็นเหมือนการเลาเรื่องวัฒนธรรมในอดีตให้เขาได้ค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของคุณ
  3. พัฒนาทักษะการฟังและการสื่อสาร การเล่านิทานไม่ใช่แค่การสร้างสมาธิให้เด็กๆ ตั้งใจฟังอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะต้องเปิดโอกาสให้เขาได้สื่อสาร และแสดงความคิดเห็นด้วย

หนังสือนิทานก่อนนอน 5 เรื่องที่เราแนะนำ

  1. A book of sleep โดย II Sung Na หนังสือนิทานเล่มนี้มีรูปภาพประกอบสวยงาม เหมาะกับเด็กอายุ 3-7 ปี ว่าด้วยเรื่องราวของสัตว์ต่างๆ ที่นอนหลับใหลในตอนกลางคืน ซึ่งเล่าเรื่องจากสายตาของนกฮูกที่ไม่ได้นอนหลับอย่างสัตว์อื่นๆ เด็กๆ จะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตของสัตว์ชนิดต่างๆ ในตอนกลางคืนอย่างสนุกสนาน
  2. Dream come true all they need is you โดย Mike Doodley เป็นเรื่องของการผจญภัยที่เด็กๆ ทุกคนจะต้องชื่นชอบ เพราะมีตัวละครหลักเป็นเด็กๆ 3 คนที่บินข้ามผ่านดวงจันทร์และดวงดาวในตอนกลางคืนด้วยบอลลูนจนไปถึงเกาะที่มีโลมา เด็กๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเล่นด้วยกัน, ความเมตตาต่อกัน และการนับถือซึ่งกันและกัน เหมาะกับเด็กวัย 4-8 ปี
  3. Dinosaur vs bedtime โดย Bob Shead หากเด็กๆ ไม่ยอมนอนหลับ นิทานเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ เพราะขนาดไดโนเสาร์ยังต้องการการนอนหลับเพื่อจะได้ต่อสู้กับศัตรู แล้วทำไมเด็กๆจะไม่นอนล่ะคะ? เราแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ หรือพี่เลี้ยงเด็กใช้นิทานเรื่องนี้หลอกล่อเด็กๆ วัย 2-5 ปีให้นอนหลับง่ายขึ้นค่ะ
  4. Sleep like a tiger โดย Mary Logue เมื่อกระต่ายน้อยต้องการการพักผ่อนในตอนกลางคืน มันจึงกล่าวราตรีสวัสดิ์กับสิงทุกอย่างในห้องสีเขียวของมัน แม้เด็กน้อยจะคอยถามคำถาม แต่ก็ไม่อาจต้านทานความง่วงได้ เรื่องนี้เราแนะนำให้เด็กๆ อายุ 4-8 ปีนะคะ
  5. The rabbit who wants to fall asleep โดย Carl-Johan Forssén Ehrlin เมื่อแม่กระต่ายพาลูกกระต่ายไปหาพ่อมดที่จะช่วยในการกล่อมลูกกระต่ายนอน โดยพ่อมดนั้นได้ใช้ภาษาพิเศษเพื่อให้เด็กๆ นอนหลับฝันดี เหมาะสำหรับลูกน้อยวัย 3-7 ปีค่ะ

การพาเด็กๆ เข้านอนบางครั้งเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ บ้าน Kiidu หวังว่านิทานเหล่านี้จะช่วยให้ง่ายนะคะ

*Kiidu เป็นบริษัทที่ให้บริการพี่เลี้ยงเด็กคุณภาพ มาตรฐานตรงใจในกรุงเทพทั้งแบบเต็มเวลาและพาร์ทไทม์ ซึ่งเรามีพี่เลี้ยงเด็กหลากหลายสัญชาติ ซึ่งพูดได้หลายภาษา และมีทักษะต่างๆ ที่เหมาะสมกับการดูแลเด็ก เราให้บริการนายจ้างที่เป็นครอบครัวชาวต่างชาติ, ครอบครัวคนไทย และครอบครัวของนักท่องเที่ยวที่มาพักในโรงแรม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ c[email protected] หรือโทร. +6697 234 8490

                                                                                                                                                        

Share with:

0 comments:

There is no comments yet

Go back